089 154 4203​

Master Team​

บริการงานประกันภัยครบทุกประเภท 
ออกแบบกรมธรรม์ประกันภัยที่ผู้เอาประกันอยากได้ จัดหาบริษัทประกันภัย ที่อยากให้ความคุ้มครอง
ให้บริการผู้เอาประกันภัยที่มีคุณภาพ และคัดสรร บริษัทฯ ประกันภัยที่มี คุณสมบัติ ตรงความต้องการ​

Master Team​

บริการงานประกันภัยครบทุกประเภท ออกแบบกรมธรรม์ประกันภัยที่ผู้เอาประกันอยากได้ จัดหาบริษัทประกันภัย ที่อยากให้ความคุ้มครองให้บริการผู้เอาประกันภัยที่มีคุณภาพ และคัดสรร บริษัทฯ ประกันภัยที่มี คุณสมบัติ ตรงความต้องการ​

การทำประกันภัยชายฝั่งเมื่อระดับน้ำทะเลบนโลกนี้เพิ่มสูงขึ้น

น้ำท่วมเป็นสาเหตุหลักของความเสียหายที่เกิดขึ้นหลังเกิดพายุเฮอริเคน โดยน้ำท่วมได้กลายเป็นปัญหาสำคัญในชุมชนชายฝั่งทะเลซึ่งมีระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้หลายทศวรรษที่ผ่านมามีความเสี่ยงจากการเกิดน้ำท่วมเพิ่มมากขึ้น แต่ประกันภัยของเจ้าของบ้านส่วนใหญ่กลับไม่ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม

 

การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลและการพัฒนาตามแนวชายฝั่งแสดงถึงจำนวนประชากรและมูลค่าของทรัพย์สินที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้มีความเสี่ยงจากการเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรง โดยระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นนั้นนับว่าเป็นความเสี่ยงก็ก่อให้เกิดภัยพิบัติอย่างมาก และในปัจจุบันประชากรเกือบสามล้านคนยังคงอาศัยอยู่บนพื้นที่เหนือระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ยไม่ถึงสามฟุตเท่านั้น ซึ่งระดับน้ำทะเลเฉลี่ยทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น 6-16 นิ้วในปี 2593 และสูงถึง 6.6 ฟุตในปี 2643 โดยสาเหตุเกิดจากภาวะโลกร้อน

 

ในปี 2555 มูลค่าของที่อยู่อาศัยและอาคารเชิงพาณิชย์ใน 18 ประเทศที่มีชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกและชายฝั่งอ่าวอเมริกามีมูลค่าถึง 10.6 ล้านล้านดอลลาร์ โดยนิวยอร์กและฟลอริดามีอาคารที่มีมูลมากที่สุดแห่งหนึ่งคือ 2.9 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งบริษัทประกันภัยเอกชนหลายแห่งไม่มีบริการการประกันภัยชายฝั่งเนื่องจากในปัจจุบันนี้มีความเสี่ยงที่ไม่อาจควบคุมได้เพิ่มมากขึ้น

 

วิธีการลดความเสี่ยง

 

อัตราเงินประกันภัยที่ลดลง, การชดเชยความเสียหายให้กับผู้เสียภาษี, และการไม่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการเกิดน้ำท่วมทำให้มีการพัฒนาแนวชายฝั่งเพิ่มมากขึ้น ทั้งยังขาดแรงจูงใจในการดำเนินการตามมาตรการเพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้ให้น้อยลงอีกด้วย ดังนั้นคุณจึงควรปฏิบัติดังนี้:

 

อัตราเงินประกันต้องเหมาะสมกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เจ้าของสินทรัพย์ที่มีรายได้น้อยควรได้รับบัตรกำนัลหรือเงินชดเชยเพื่อให้ได้รับการประกันภัยที่เพียงพอ

 

เพิ่มการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะแลลงในแผนที่น้ำท่วม หน่วยงานที่ดูแลเหตุฉุกเฉินควรใช้การคำนวณทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดเพื่อวัดการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลและคลื่นพายุในแผนที่ เพื่อใช้พิจารณาความเสี่ยงของการเกิดน้ำท่วมและอัตราเงินประกันภัยในอนาคต

 

ลดการเพิ่มจำนวนพื้นที่ราบน้ำที่ท่วมถึงและลดการสร้างอาคาร (ซ่อมแซม) ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงโดยลดการจ่ายเงินชดเชยบริเวณที่มักจะเกิดความสูญเสียบ่อยครั้ง และเพิ่มอัตราเงินชดเชยในกรณีที่เกิดการสูญเสียซ้ำ

 

ดำเนินการปฏิรูปเพิ่มเติม โดยเพิ่มการประกันภัยน้ำท่วมให้กับทรัพย์สินทั้งหมดในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง, เสนอทางเลือกในการซื้อบ้านและการย้ายถิ่นฐานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด, ช่วยลดความเสี่ยงของความเสียหายจากอุทกภัยชายฝั่ง, และควรสนับสนุนให้เจ้าของสินทรัพย์มีการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับอาคารเพื่อช่วยลดความเสี่ยงของความเสียหายจากอุทกภัยชายฝั่ง

 

การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลนั้นเกิดจากคลื่นพายุที่ซัดเข้าฝั่ง, การกัดเซาะชายฝั่ง, การเกิดน้ำท่วมในที่ราบต่ำอย่างต่อเนื่อง, และกระแสน้ำที่สูงขึ้นกว่าปกติ ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายต่ออาคารและสินทรัพย์ได้

 

เมื่อระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น ภาวะน้ำท่วมก็มีแนวโน้มที่จะแย่ลงอย่างมาก ทั้งยังส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการป้องกันและซ่อมแซมอาคารบริเวณชายฝั่งเพิ่มขึ้นด้วย สำหรับบ้านที่มีความเสี่ยงในการน้ำท่วมมากที่สุด การทำประกันภัยอาจไม่สามารถครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมดอีกทั้งการทำประกันยังมีราคาสูงมาก ซึ่งนับว่าเป็นความท้าทายและความกังวลของชุมชนตามแนวชายฝั่งว่าจะรักษาและจัดการชุมชนเหล่านั้นไว้ได้อย่างไร

 

ที่มา: https://econofact.org/flood-insurance-in-a-world-with-rising-seas

 

https://www.yaleclimateconnections.org/2017/08/why-coastal-insurance-costs-are-rising

 

https://www.ucsusa.org/global_warming/science_and_impacts/impacts/flood-insurance-sea-level-rise.html#.W2hl0ygzbcs 

09-insurance_masterteam_co_thLAYLA

All rights reserved 2019  © masterteam​

All rights reserved 2019 © masterteam​​

Design by genius​